รีวิวหนัง The Riot Club – ชมรมสุภาพบุรุษสุดเฮ้ว

เรื่องย่อหนัง

ผู้หญิงเตรียมตัวเตรียมใจสั่น ไปกับมหกรรมชายหนุ่มหล่อ ที่นอกเหนือจากที่จะแซ่บเว่อร์แล้วยังแอบแฝงไปด้วยอันตรายอย่างร้ายกาจ ด้วยเหตุว่าแม้พวกเขาจะหล่อ มั่งคั่ง เฉลี่ยวฉลาด ขนาดว่าได้เข้าชั้นเรียนที่มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด แต่ว่าพวกเขากลับถูกสปอยล์ และก็รักสนุกเกินกว่าจะเข้าจิตใจว่าสิ่งไหนถูกหรือไม่ถูก เรื่องราวเริ่มที่ อลิสแตร์ ไรล์ส (แซม คลาฟลิน) และก็ ไมลส์ ริชาร์ดส (แม๊กซ์ ไอร์ออนส์) ทั้งคู่เริ่มปีแรกในมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงอย่างอ๊อกซ์ฟอร์ดร่วมกัน แม้กระนั้นนิสัยของชายหนุ่มทั้งคู่คนนี้แตกต่างกันอย่างสุดขีด เมื่อไมล์สเป็นสุภาพบุรุษที่ดำรงชีวิตบนรากฐานเรื่องจริง และก็เป็นสุขกับแฟนสาวอย่าง ลอว์เรน (ฮอลลิเดย์ เกรนพบร์) ที่มีฐานะต่ำต้อยกว่า ในตอนที่อลิสแตร์เป็นชายหนุ่มหัวสูง แสนใฝ่สูงตามคุณลุงของเขาที่เป็นนักการเมือง แม้กระนั้นสิ่งที่ผูกมัดทั้งคู่เอาไว้ร่วมกันโน่นเป็นเมื่อทั้งสองเปลี่ยนมาเป็นพวกของ เดอะ ไรออท คลับ สัมพันธ์โบราณของคนชอบดื่มผู้ร่ำร่วยและก็ภูมิใจในตนเองในหนทางของห้องน้ำรมณ์นิยม โดยยึดมั่นความศรัทธาที่ว่าเงินสามารถซื้อได้ทั้งหมดทุกอย่าง ขณะที่พวกเขาถูกกันออกมาจากสถาบันส่วนมากในอ๊อกซ์ฟอร์ด พวกเขาพวกนี้มีงานเลี้ยงในห้องปฎิบัติการห้องหนึ่งในผับคันทรี่ ซึ่งนิสัยเอะอะของพวกเขาทำให้คนอื่นโกรธ อย่างไรก็แล้วแต่พวกเขาก็ใช้เงินคืนให้กับ คริส ผู้ครอบครองผับ นอกเหนือจากนี้แพวกเขายังว่าจ้างหญิงโสเภณีมาบริการ ถ้าแต่ว่าคุณปฎิเสธที่จะมีเซ็กซ์กลุ่ม พวกเขาเริ่มเมาเลอะเทอะ และก็เสพยาในจำนวนที่มากขึ้นเรื่อยความโกลาหลแสนสกปรกในห้องนั้นก็เกิดขึ้นกระทั่งเกินที่คริสจะรับไหวก็เลยมาเตือนอลิสแตร์ แต่ว่าอลิสแตร์รังแกเขาอย่างใจร้าย ก่อนที่จะส่งเขาไปโรงหมอ ความปั่นป่วนนี้จะจบลงยังไง? บทเรียนที่เหล่าเด็กสปอยล์เหล่านี้จะได้รับจะจบสิ้นลงด้วยดีไหม? เรื่องราวเข้มข้นดราม่าเกินจะยั้งใจไหวจาก โลน เชอร์ฟิก ผู้กำกับหนังเก๋ๆอย่าง An Education รวมทั้ง One Day จัดแจงเข้าไปจับเก้าอี้แน่นๆแล้วสมัครเข้าชมรม เดอะ ไรออท คลับ พร้อมที่โรงหนัง

วิภาควิจารณ์ หนัง

The Riot Club (Lone Scherfig / UK / 2014)
 
ฉากแรกๆไดอะล็อกที่บอกแลกหอพักกันมันก็เริ่มสะท้อนทัศนคติของคนทั้งคู่ฝั่งได้ร้ายแรงมากมายแล้วนะ ฝูงชนที่ได้ทั้งหมดทุกอย่างตามใจต้องการมาตลอดชาติ มีคนสปอยล์สนับสนุนมาตั้งแต่รากเก่าเครือญาติ กับผู้ที่รู้เรื่องบุคคลอื่นแล้วก็ยอมลดหย่อนแม้กระนั้นบางเวลาก็แปลงเป็นการสปอยล์โดยไม่ทราบเนื้อรู้สึกตัวว่าคนพวกนั้นข่มขี่ดูถูกดูแคลนตนเองอยู่ ก่อนที่จะต่อมาหนังจะเบาๆแตกแง่งความแตกต่างด้านใน Riot Club ที่ลบหลู่ดูหมิ่นและก็เอาเปรียบแล้วก็เหยียดหยามดูถูกคุ้นเคยเพื่อได้ในสิ่งที่ต้องการ อย่าง ตัวที่ต้องการเป็นประธานคลับกับทัศนคติต่อไอ้เพื่อนพ้องเด็กกรีซ ความแปลกแยกของสมาชิกคนหนึ่งที่เป็นเกย์ ปฏิบัติดีกับดารานำชายแม้กระนั้นเพียงพอเค้าไม่เล่นด้วยก็ออกอาการเหี้ยเลยชัดๆและก็สมาชิกใน Riot Club ก็มิได้มั่งคั่งล้นฟ้าทุกคน
 
Climax นี่ของขึ้นสุดๆ!!! แต่ว่าเพียงพอมันเล่าในโลเคชั่นเดียวยาวพวกเราก็เลยมีความคิดว่ามันไม่ใช่ Climax มีความคิดว่ามันควรจะมีต่อสิ!!! ทั้งๆที่สิทนี้ทั้งยังสิทมันดีเลิศนะทั้งยังบท การควบคุม ถ่ายรูป แล้วก็การแสดงที่น่าติดตาม
 
 
แม้กระนั้นพอเพียงบทมันทำร้ายทางเดียวไปตลอดพวกเราก็เลยคาดว่ามันจะดีเบตกันระหว่างทั้งสองฝ่ายต่ออีกในส่วนท้ายข้างหลังคลุ้มคลั่งในห้องอาหาร ถึงแพะการบ้านการเมืองในฉากสัมมนาสุนัขกลุ่มต่อมา Dilemma ที่มันกดทับผู้บริสุทธิ์อยู่ฝ่ายเดียวมันจะร้ายแรงมากมายๆแต่ว่าพอเพียง Turning Point เพื่อหักเหเหตุการณ์มันโผล่มารวดเดียวแล้วส่งเข้าภาพท้ายที่สุดของธีมหนังเลย พวกเราก็เลยมีความรู้สึกว่ามันแผ่วๆส่วนปลาย
 
แต่ว่า Final Image ช็อตจบนี่แบบโหมโรงความหยาบช้าอีกขั้นได้เกียรติระรื้นเชียวนะเอ็ง!!!
 
เอ้อ..แล้วหนังมันมิได้ได้มีเพียงแค่คนมั่งมีห่วยแตกๆนะ คนยากจนสารเลวๆก็มี…จะว่าไปแล้วพวกเราอาจติดภาพลุคต่ำทรามๆของ Sam Clafin แล้วสิ ให้มาประพฤติดีหน้าซื่อใน The Hunger Games ภาคสุดท้ายจะมองตอแหลมั้ยนะ ฮาาาาาาาาาาาาาาาาา…ส่วน Natalie Dormer นี่จะอยู่ในหนังหัวข้อนี้หรือ The Hunger Games ดีแล้วจังเลย

รีวิวหนัง Robin Hood – พยัคฆ์ร้ายโรบินฮู้ด

เรื่องย่อหนัง

หนัง Robin Hood 18 หรือชื่อไทยว่า พยัคฆีร้ายโรบินฮู้ด “Robin Hood” ผลงานภาพยนตร์โปรเจกต์ยักษ์ที่นำเรื่องราวของยอดวีรบุรุษจอม ขโมยมาเล่าตีความหมายในมุมมองใหม่ บู๊กว่า ดุเดือดกว่า และก็การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่มากกว่า ค้ำประกันว่าผู้ชมยังไม่เคยได้สัมผัสในเวอร์ชั่นใดมาก่อน โดยกล่าวถึงเรื่องราวตอนสมัยเริ่มของตำนานโรบิน องค์การอนามัยโลกดภายหลังที่เขาไปร่วมรบในการสู้รบคุณครูเสด เมื่อกลับมาก็เลยพบว่าเมืองของเขาถูกคนทรามครอบครอง โรบิน องค์การอนามัยโลกดก็เลยสะสมตั้งกองกำลังใหม่เพื่อลุกขึ้นยืนต่อสู้


A war-hardened Crusader and his Moorish commander mount an audacious revolt against the corrupt English crown in a thrilling action-adventure packed with gritty battlefield exploits, mind-blowing fight choreography, and a timeless romance.

วิภาควิจารณ์ หนัง

ดี

รีวิวหนัง Point Break – ปล้นข้ามโคตร

เรื่องย่อหนัง

หนัง Point Break หรือชื่อไทยว่า ชิงทรัพย์ผ่านโคตร การกลับมาอีกรอบในเวอร์ชั่นที่สนุกเร่าร้อนขึ้นกว่าเดิมของภาพยนตร์แอคชั่นสุดมันที่สมัยที่เคยส่งให้คีอานู รีฟส์เปลี่ยนเป็นแอคชั่นสตาร์ขวัญใจคนทั่วโลกPoint Break เป็นเรื่องราวของจอห์นนี ยูทาห์(ลุค เบรซี่) ข้าราชการ FBI ชายหนุ่มกับดำเนินการไต่สวนโคตรระห่ำ ที่ทำให้เขาจะต้องแทรกซึมเข้าไปในกรุ๊ปนักเล่นเซิร์ฟและก็เหล่านักกีฬาเอ็กซ์ตรีม เพื่อตามล่าตัวเหล่าผู้กระทำผิดกฎหมายจอมวางแผนผู้ผลิตความเสื่อมโทรมให้แก่วงการการเงินของโลก ซึ่งมั่นใจว่าซ่อนตัวอยู่ในคนพวกนี้ แม้กระนั้นยิ่งค้นหาลึกลงไปเยอะแค่ไหน จอห์นนี่ก็เริ่มใส่ใจว่าชีวิตของเขากำลังตกอยู่ในอันตรายของคลื่นอาชญากรรมครั้งใหญ่ที่พร้อมจะซัดเข้าใส่เขาได้ตลอดเวลา!

วิภาควิจารณ์ หนัง

สนุกสนานมากมาย ถูกใจมากมาย อยากที่จะให้มีหนังแนวนี้อีก ขโมยเท่มาก

รีวิวหนัง Be with You – ปาฏิหาริย์ สัญญารัก ฤดูฝน

เรื่องย่อหนัง

หนัง Be with You หรือชื่อไทยว่า ปาฏิหาริย์ คำสัญญารัก หน้าฝน Be With You เกี่ยวกับชีวิตของผู้ชายที่สูญเสียเมียไป เมื่อก่อนจะเสียชีวิต เมียของเขากลับทิ้งคำมั่นสัญญาเอาไว้ว่าคุณจะกลับมาหาเขาอย่างแน่แท้ แล้วก็ท้ายที่สุดปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นจริง เมื่อคุณได้กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกทีจริงๆแต่ไม่หลงเหลือความจำอะไรก็ตามในตอนที่ทั้งคู่เคยดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันเลย ภาพยนตร์ Be With You ได้ 2 ผู้แสดงสุดฮอต ดื้อรั้นเยจิน และก็โซจีซอบ มารับบทนำ โดย Be with you เข้าฉายที่ประเทศเกาหลีไปเมื่อ 14 มี.ค.ก่อนหน้าที่ผ่านมา รวมทั้งสร้างสถิติใหม่ให้หนังที่เปิดตัวในมีนาคม โดยขึ้นชั้น 1 ต่อเนื่องกันถึง 8 วัน


Woo Jin takes care of his son Ji Ho alone after his wife Soo A passed away. Before she passed away, she promised she would be back on a rainy day one year later. One year later, Soo A appears again, but she does not remember anything.

วิภาควิจารณ์ หนัง

Be With You
“กลมกล่อมละมุนละไม ครบรส อบอุ่น แล้วหน้าฝนของคุณจะแปรไป”

หนังรักโรแมนติกที่มีต้นฉบับมาจากญี่ปุ่น มาในตอนนี้ทางประเทศเกาหลีได้ถือเอามารีเมคใหม่ แถมยังได้สองดารานำชั้นนำของประเทศเกาหลีมาแสดงอีกต่างหาก “โซ จีซบ” รับบทบาทเป็น วูจิน และก็ “ชอน เยจิน” เล่นบทเป็น ซูอา โดยในฉบับประเทศญี่ปุ่นได้บีบน้ำตาผู้ชมมาแล้วทั้งโลก โดยเกิดเรื่องราวของ วูจิน ชายผู้สูญเสียเมียผู้เป็นสุดที่รักของเขา ซูอา แต่ว่าคุณได้คำสัญญาไว้ว่า คุณจะกลับมาในฤดูฝน และก็ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นจริง แต่ว่าปัญหาก็คือ ซูอา ไม่เหลือความจำอะไรก็แล้วแต่เกี่ยวกับชีวิตเลยแม้แต่น้อย

ตัวผมเองยังไม่เคยได้มอง Be With You ในฉบับประเทศญี่ปุ่นเลย ก็เลยไม่อาจจะกล่าวได้ว่ามันดีมากกว่าไหม หรือมันห่วยแตกกว่าอย่างไร แม้กระนั้นภายหลังที่ผมมองฉบับประเทศเกาหลีจบแล้ว ผมบอกได้แต่เพียงว่า “จำต้องไปดูฉบับประเทศญี่ปุ่นให้ได้เลย”

ข้างหลังมองจบคำแรกที่ดังขึ้นมาในหัวและก็กระทบไปถึงจิตใจเป็น “อบอุ่น” ตัวหนังมีความพอดีในทุกภาคส่วน ขอกล่าวตั้งแต่การดำเนินเรื่องราวว่ามีจังหวะการเล่าที่ดี เปิดเรื่องได้ดีเลิศมากมาย ทำให้พวกเรารู้เรื่องเหตุการณ์ต่างๆก้าวหน้า และก็มีผลต่อเรื่องราวมาก กลมกล่อมละมุนละไม แล้วก็พอดีมากมาย ถ้าหากจะถามคำถามว่ากลมกล่อมละมุนละไมอย่างไร จะขอชี้แจงว่า ครึ่งแรกของหนังเกือบจะทำให้พวกเรายิ้มได้ไม่หุบเลย ไล่ไปตั้งแต่การแสดงของผู้แสดงในเรื่อง บทสนทนา ผู้แสดงต่างๆจังหวะมุก จังหวะการเล่า ต่างๆทำออกมาได้โคตรพอดี และก็ช่วงหลังก็เบาๆไต่ระดับดราม่า เบาๆเริ่มเรียกน้ำตาผู้ชมครั้งละนิดๆรวมทั้งขยี้สุดๆเสมือนบากบั่นพูดว่า “ร้องไห้เหอะ” หนังเบาๆพาให้พวกเราเข้าไปผูกพันธ์กับครอบครัวนี้ครั้งละนิดๆจนกระทั่งสุดท้ายครอบครัวพวกนั้นกลับเข้ามาอยู่ในใจพวกเราโดยไม่ทันรู้ตัว ด้านภาพก็ถ่ายทำออกมาได้งามมากมาย หลายๆฉากนี่สามารถแคปภาพเก็บเป็น Background งามๆได้เลย

ส่วนทางด้านของผู้แสดงคู่พระ-นาง แสดงได้ดิบได้ดีมากมายๆราวกับเป็นครอบครัวกันจริงๆเลย สมหน้าที่ที่ทุกคนได้รับทั้งหมด (โซ จีซบ สวยมากมายกกกกกกกกกกก กอไก่ล้านตัว)

แม้กระนั้นติดอยู่นิดหนึ่งทางด้านผู้แสดงบางตัว ที่หากไม่ใส่มาก็มิได้มีผลกับเรื่องราวเยอะแค่ไหน บางตัวที่เสมือนจะมีอะไร แต่ว่าก็ไม่มีอะไร รวมทั้งทางด้านการแสดงของเด็ก ที่บางครั้งอาจจะมองแข็งทื่อๆไปหน่อย บางทีก็อาจจะเพราะเหตุว่าหน้าที่ที่เขาได้รับเป็นแบบงั้น

โดยรวมแล้วถูกใจเลยล่ะ มันพอดีมากมายๆกลมกล่อมละมุนละไม ครบรส อบอุ่น แถมมันยังเป็นหนังต้อนรับฤดูฝนที่ดีเรื่องนึงเลย บอกได้เลยว่า “แล้วหน้าฝนของคุณจะแปรไป” 8.5/10 🙂

รีวิวหนัง Parasite – ชนชั้นปรสิต

เรื่องย่อหนัง

หนัง Parasite หรือชื่อไทยว่า ชนชั้นปรสิต “Parasite” นับว่าเป็นภาพยนตร์ตลกร้ายที่ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวฐานะยากจนข้นแค้นในมหานครโซลที่ “บิดา” (ซง คังโฮ) และก็ “แม่” (จาง ฮเยจิน) ว่างงาน “ลูกชายคนโต” (ชเว อูชิก) ให้ “น้องสาว” (พัค โซดัม) ช่วยปลอมตัวตนเพื่อปลอมตัวเป็นเด็กนักเรียนนอก โดยหวังจะได้งานติวหนังสือให้กับบุตรสาวของ “คนมั่งมี” (อี ชอนคยูน) และก็ “เมีย” (โจ ยอจอง) กระทั่งส่งผลให้ทั้งคู่ครอบครัวที่ฐานะแตกต่างสุดขีดนี้จำเป็นต้องมาเกี่ยวเนื่องกันในเรื่องราวสับสนเกินคาดทายใจ


All unemployed, Ki-taekandapos;s family takes peculiar interest in the wealthy and glamorous Parks for their livelihood until they get entangled in an unexpected incident.

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิว Parasite – ชนชั้นปรสิต
— 9.8/10 —
ตลกขบขันร้าย สะเทือนอารมณ์ แล้วก็สะท้อนสังคมได้เจ็บแสบสุดๆ
สนุกสนาน ไม่ได้นึกฝัน และก็มีคุณค่าแก่การดูอย่างมาก!!!

Parasite – ชนชั้นปรสิต เป็นหนังเชื้อชาติประเทศเกาหลีที่ควบคุมโดย Joon-ho Bong เจ้าตัวเคยฝากผลงานไว้อย่างน่าประทับใจหลายเรื่อง อาทิเช่น Snowpiercer, Okja แล้วก็ในหัวข้อนี้ เจ้าตัวก็พาหนังหัวข้อนี้ครอบครองรางวัลชนะปาล์มทองจากเทศกาลหนังเมืองคานส์อีกต่างหาก! ถือได้ว่าเป็นผู้กำกับยอดความสามารถอย่างแท้จริง ช่วงแรกมีความรู้สึกว่ามันควรจะเป็นหนังตำหนิสๆมองยากๆพวกหนังเทศกาลเนี่ย แต่ว่าพอใช้ได้ดูแล้ว มันมองง่ายสุดๆ ไม่สลับซับซ้อน แถมยังบันเทิงใจมากมายๆกระทั่งต้องการบอกต่ออีกต่างหาก

หนังประเด็นนี้เกิดเรื่องราวของครอบครัวคนยากจนครอบครัวหนึ่ง ที่ต้องการจะดำรงชีวิตสุขแบบคนมั่งมีดูบ้าง เลยกระทำการฉ้อโกงครอบครัวคนมั่งมีครอบครัวหนึ่ง โดยเริ่มจากการเป็นคุณคุณครูสอนให้กับบุตรสาวของครอบครัวคนมั่งมี ก่อนที่จะคราวหลังจะ “ขยายพันธุ์” ให้ครอบครัวของตนเองเข้ามาด้วยกันอาศัยรวมทั้งกัดรับประทานครอบครัวคนร่ำรวยไปเรื่อยเสมือนปรสิต

หนังมีบทที่เฉียบคมมากมาย มีการสะท้อนให้พวกเราได้เห็นภาพของความต่างระหว่างคนร่ำรวยและก็คนยากจนอย่างเห็นได้ชัด ชักชวนให้คิดถึงหนทางแบบ Snowpiercer อยู่เปลี่ยนๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวคนยากจนของหัวข้อนี้ แถมเรื่องมันยังจะส้อนความเป็น ชนชั้นปรสิต ที่อีกทั้งตลกขบขัน แล้วก็เจ็บ ได้อย่างชาญฉลาดอีกต่างหาก 

หนังเดินเรื่องได้เข้าใจง่ายมากมาย พาร์ทแรกดูราวกับจะเป็นภาพยนตร์ตลกคอเมดี้ แนวต้มตุ๋นฉ้อโกงธรรมดา แต่ว่าในพาร์ทข้างหลังเนี่ยล่ะ ยิ่งเวลาในหนังผ่านไปเยอะแค่ไหน ความเยี่ยมของมันก็ทยอยเผยออกมาให้มองเห็นในทุกตอน เบาๆไต่ระดับความพีคขึ้นไปเรื่อยไม่ได้นึกฝัน คาดคะเนอะไรมิได้เลย และก็เซอร์ไพรส์แบบสุดๆดราม่า สะเทือนอารมณ์แบบเยี่ยมมาก ถึงกับจะต้องอุทานว่า “เห้ย หนังมันพาพวกเรามาถึงขนาดนี้นเลยหรอฟะ!” ถ้าเกิดเปรียบเทียบเป็นแผนภูมิเป็นหนังประเด็นนี้จะขึ้นเรื่อยและไม่มีจุดตกอย่างยิ่งจริงๆ

ผู้แสดงในประเด็นนี้ยังเล่นก้าวหน้าโคตรๆทุกคนเลย ย้ำว่าทุกคนจริงๆไม่มีผู้ใดน้อยหน้าไปกว่าคนไหนเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าจะออกมาในหนังเวลาแตกต่างกัน แต่ดาราทุกคนปฏิบัติหน้าที่ของตนได้ดิบได้ดีมากมายจริงๆสามารถส่งอารมณ์มาถึงผู้ชมได้อย่างดีเยี่ยม บวกกับเพลงประกอบที่ช่วยทำให้หนังยกฐานะความพีคมากขึ้นไปอีก แถมด้วยงานด้านภาพที่งามทุกช็อต การจัดส่วนประกอบ แนวทาง มุมกล้องถ่ายภาพ การตัดต่อ ทั้งผองล้วนแล้วออกมาเป็นส่วนประกอบที่ดีเลิศถึงสูงที่สุด

แม้กระนั้นมีจุดขัดๆอยู่บางจุดเกี่ยวกับบางพฤติกรรมของบางผู้แสดง และชะตาบาปของบางผู้แสดง นอกจากหนังเกือบจะบอกได้เลยว่ามัน “เพอร์เฟ็ค”

สรุปแล้ว Parasite – ชนชั้นปรสิต เป็นหนังรางวัลที่มิได้มองยาก แถมยังบันเทิงใจมว๊ากกกกก มีคุณค่าแก่การดูเป็นอย่างมาก คุณจะได้รับความรื่นเริงใจตลอด 2 ชั่วโมงกว่าๆที่หากมิได้ดูแล้วคุณจะเสียดายสุดๆ